การรักษาเมื่อเกิดเหลือดกำเดาไหล  สร้างคำถาม

 2,541 view  หมวดหมู่ : คำถามทั่วไป  วันที่สร้าง : 29/09/2011

การรักษาเมื่อเกิดเหลือดกำเดาไหล


หาสาเหตุ แล้วรักษาตามสาเหตุนั้น
1. สาเหตุที่เกิดจากการระคายเคืองหรือบาดเจ็บต่อเยื่อบุจมูก ควรหลีกเลี่ยงการแคะจมูก หรือสั่งน้ำมูกแรง ๆ และ ถ้ามีการอักเสบของโพรงไซนัสหรือแพ้อากาศก็รักษาโรคนั้น
2. ถ้ามีความดันโลหิตสูง ก็ต้องควบคุมความดันให้ปกติ
3. ถ้ามีความผิดปกติของผนังกั้นช่องจมูก หรือเป็นริดสีดวงจมูก หรือเป็นก้อนเนื้องอก อาจรักษาด้วยการผ่าตัด
4. ถ้ามีตับม้ามโตหรือจุดจ้ำเลือดออก ต้องตรวจหาความผิดปกติและรักษาทางโรคเลือด
5. ถ้ารับประทานยาที่อาจทำให้เลือดหยุดยาก เช่น แอสไพริน ควรแจ้งแพทย์ทราบด้วย


ถ้าชอบบทความนี้ กด Like เลย :การรักษาเมื่อเกิดเหลือดกำเดาไหล

 2,541 view  หมวดหมู่ : คำถามทั่วไป  วันที่สร้าง : 29/09/2011


 ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่




× แจ้งเตือน! เราสนับสนุนทุกความคิดเห็น ที่ ใช้ถ้อยคำสุภาพ ไม่ละเมิดผู้อื่น ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง

เนื้อหาที่เกี่ยวช้อง

  กระดูกของมนุษย์มีอะไรบ้าง ถามเมื่อ (2017-12-04)   1,320 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 19 วินาที!!)

  แมงมุมยักษ์ ดูความน่ากลัวของแมงมุมยักษ์ ความยาวเกือบ1 เมตร ถามเมื่อ (2011-07-26)   2,855 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 1 นาที)

  วิธีรับมือน้ำท่วม ถ้าน้ำท่วมจะทำอย่างไรดีค่ะ ถามเมื่อ (2011-10-26)   2,984 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 1 นาที)

  อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับคนเป็นโรคไขมันในเส้นเลือดสูง ถามเมื่อ (2011-10-03)   2,424 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 1 นาที)

  ใครคือ10 สุดยอดดาวโป๊แห่งปี 2011 หรือ AV ของญี่ปุ่น ถามเมื่อ (2012-03-03)   3,728 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 2 นาที)

  กฎหมายเอกชน คืออะไร ถามเมื่อ (2011-10-05)   3,065 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 2 นาที)

  1ลิตรเท่ากับกี่กิโลกรัม ถามเมื่อ (2023-10-20)   7,008 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 3 นาที)

  ตะขาบและกิ้งกือจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ได้อย่างไร ถามเมื่อ (2017-05-24)   1,944 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 5 นาที)

  บิดาาแห่งสถาปัคยกรรมคอมพิวเตอร์ ถามเมื่อ (2012-03-06)   3,117 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 5 นาที)

  เวลาเป็นแผลที่หน้าใช้โฟมล้างหน้าแล้วทำไมแผลดำ ถามเมื่อ (2011-09-29)   3,120 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 6 นาที)


 

บ้านเดียวกันดอทคอม เว็บถามตอบ รวมทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ ให้ความรู้ ความบันเทิง มีสาระ
www.ban1gun.com