Java SubString Example ตัวอย่างการ SubString แบบต่างๆ ใน Java  สร้างคำถาม

 5,188 view  หมวดหมู่ : สำหรับโปรแกรมเมอร์  วันที่สร้าง : 10/11/2015

Java SubString Example ตัวอย่างการ SubString แบบต่างๆ ใน Java

การตัด String ใน Java มีการประยุกต์ใช้ได้หลายแบบ
เดี๋ยวจะยกตัวอย่างให้ดู นะครับ

1. แบบแรกเป็นแบบที่ มีตำแหน่งตายตัว
อันนี้จะง่ายสามารถนับและระบุตำแหน่งได้เลยยกตัวอย่างเช่น

String temp="01/01/2013 12:59:59";
String date = temp.substring(0,10);
String time = temp.substring(11,19);
System.out.println("Date >"+date+"<");
System.out.println("Time >"+time+"<");

ผลที่ได้คือ
Date >01/01/2013<
Time >12:59:59<


2. กรณีมีข้อมูลมาแทรกด้านหน้าไม่สามารถระบุตำแหน่งชัดเจนได้
เอาแบบง่ายนิดนึง Case นี้สามารถตัดจากด้านหลังมาด้านหน้า

String temp="xxxxxxxxxxxxxxx01/01/2013 12:59:59";
String date = temp.substring(temp.length()-19,temp.length()-9);
String time = temp.substring(temp.length()-8,temp.length());
System.out.println("Date >"+date+"<");
System.out.println("Time >"+time+"<");

ผลที่ได้คือ
Date >01/01/2013<
Time >12:59:59<

3. กรณีที่มีข้อมูลแทรกหน้าหลัง
Case นี้ตัดจากหน้าก็ไม่ได้ ตัดจากหลังก็ไม่ได้ ตรงนี้ต้องหาจุดตัด
จากตัวอย่างจะใช้ตำแหน่งของ " " เป็นตัวตัด โดยใช้ คำสั่ง lastIndexOf มาช่วย

String temp="xxxxxxxxxxxxxxx01/01/2013 12:59:59xxxxxxx";
String date = temp.substring(temp.lastIndexOf(" ")-10,temp.lastIndexOf(" "));
String time = temp.substring(temp.lastIndexOf(" ")+1,temp.lastIndexOf(" ")+9);
System.out.println("Date >"+date+"<");
System.out.println("Time >"+time+"<");

ผลที่ได้คือ
Date >01/01/2013<
Time >12:59:59<


ถ้าชอบบทความนี้ กด Like เลย :Java SubString Example ตัวอย่างการ SubString แบบต่างๆ ใน Java
TAGS : Java   java sub string   Programming   Java Programmer   โปรแกรมมิ่ง  
 5,188 view  หมวดหมู่ : สำหรับโปรแกรมเมอร์  วันที่สร้าง : 10/11/2015



SOA,Java,XSLT

 ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

#1.    เอก
@ Manyho
ได้เหมือนกันครับ เพราะในตัวอย่างมันมี " " แค่จุดเดียว
ใช้ lastIndexOf หรือ IndexOf ก็ไม่แตกต่าง

...............................................
#2.    งง
@ แล้ว lastIndexOf กับ IndexOf
มันต่างกันยังไงอ่ะ

...............................................
#3.    เอก
@ ต่างกันตรงที่ lastIndexOf คือตำแหน่งสุดท้าย
ส่วน IndexOf จะเป็นตำแหน่งแรก
ยกตัวอย่างจาก โจทย์ข้างบน ถ้าใช้

temp.indexOf("x") = 0
temp.lastIndexOf("x")=40

...............................................



× แจ้งเตือน! เราสนับสนุนทุกความคิดเห็น ที่ ใช้ถ้อยคำสุภาพ ไม่ละเมิดผู้อื่น ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง

เนื้อหาที่เกี่ยวช้อง

  ไฟล์แบบ WebP ดีอย่างไร ถามเมื่อ (2020-01-29)   3,035 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 3 วินาที!!)

  ทำความรู้จักกับ YEOMAN BOWER และ GRUNT สามตัวนี้คืออะไร เอาไว้ใช้ทำอะไรได้บ้าง ถามเมื่อ (2015-09-30)   2,591 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 2 นาที)

  Unix unzip ไฟล์ไว้ใน folder ถามเมื่อ (2016-07-27)   2,595 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 16 นาที)

  PHP Codeigniter Cannot modify header information headers already sent by ปัญหาตอน redirect ถามเมื่อ (2019-08-26)   3,241 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 22 นาที)

  วิธี Add Classpath iReport เพื่อ Connect database Oracle ผ่าน JDBC ถามเมื่อ (2018-10-08)   3,032 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 22 นาที)

  วิธีเปิด static ให้กับ data source บน JBOSS ถามเมื่อ (2018-01-29)   2,373 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 25 นาที)

  Semantic UI เทคนิคการใช้งาน Icon แบบละเอียด ถามเมื่อ (2017-06-06)   1,923 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 48 นาที)

  HTTP Request แบบ POST รับได้มากสุดกี่ตัว ถามเมื่อ (2016-07-27)   1,983 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 52 นาที)

  jQuery file upload ด้วย AJAX บน Semantic UI ถามเมื่อ (2019-06-01)   2,452 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 52 นาที)

  jquery ui set ความกว้าง ความยาว TAB ยังไง ถามเมื่อ (2013-03-29)   2,877 views  (ดูล่าสุดเมื่อ 60 นาที)


 

บ้านเดียวกันดอทคอม เว็บถามตอบ รวมทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ ให้ความรู้ ความบันเทิง มีสาระ
www.ban1gun.com